วิถีชีวิตของชนชาวอังกฤษมักจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาพี่สำราญก็กลายเป็นคนระแวงพกปีนติดตัวตลอด ไม่หลับไม่นอนราร้องอยู่ตลอดว่า “ผีผีมันจะมาเอาชีวิตของข้า”จน’ทำ,ให้ร่างกายทรุดโทรม เบ้าตาทังสองข้างเขียวคลำ ซึงทังผู้บังคับบัญชา และพ่อของพีอรก็ ไม่รู้จะทำอย่างไร  เรือยางไวนิลราคาถูก หาหมอผีประจำหมู่บ้านก็แล้ว ต่างเจอพี่สำราญเตะกระดอน กระเด็นไปทุกคน จนกระทั้งวันหนึ่ง มีพระธุดงค์รูปหนึ่งแบกกรดเก่าคราครึ กับ จีวรสีกริกครํ่าคร่า มาปักกลดบริเวณหมู่บ้าน พ่อของพี่อรก็นิมนต์ท่านให้มาช่วย ท่านก็มาตามคำนิมนต์ มาถึงบ้านพบพี่สำราญยืนจังท้าอยู่หน้าบ้านหน้าตา ถมึงทึง หลวงพ่อหันมาบอกทุกคนให้นั้งดูอยู่ห่างๆ อันตรายเพราะพี่สำราญยืน ถือปีนอยู่ ตามองตรงมายังภิกษุชรา พี่สำราญต้องตะโกนด่าอย่างหยาบคาย แต่ท่านหาได้ตอบโต้ไม่ ยังคงเดินอย่างมั่นคงตรงไปหาพี่สำราญมีจังหวะหนึ่ง พี่สำราญยกปีนเล็งมายังท่าน ท่านเพียงยกมือห้ามช้าๆ ร่างของพี่สำราญหยุด นึ่งค้างอยู่ในลักษณะนั้นท่านเดินไปตรงหน้าใช้ฝ่ามือเคาะที่ศีรษะพี่สำราญเบาๆ สามครั้ง พี่สำราญก็ค่อยๆ ทรุดตัวลงนอนยาวเหยียดนึ่งสงบ แล้วท่านก็เรียก ให้มาช่วยยกร่างพี่สำราญไปไว้ในบ้าน ท่านทำนั้ามนต์ให้พี่สำราญอาบและดื่ม จนพี่สำราญหายเป็นปกติ ท่านก็ได้มอบพระองค์เล็กๆ องค์หนึ่งไว้ให้กับพี่สำราญ เอาไว้ป้องกันอันตราย และบอกว่า วิญญาณร้ายอาฆาตมาดร้ายพี่สำราญมาก อายุมากแล้ว เงินทองที่เก็บสะสมไว้ก็พอมีพอกินไม,ได้ลำบากลำบนอะไรมากนัก จึงได้หยุดทำงานรับเหมาก่อสร้าง และเปิดร้านขายของเล็กๆ ไว้ให้ป้าสำลีขาย แก้เหงา โดยเปิดเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ แต่มีลูกค้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย เพราะ ขายถูกและอร่อยโดยทุกเช้าลุงสาจะเป็นคนออกไปจ่ายตลาดตังแต่เช้ามีด กลับ มาก็ช่วยป้าสำลีลัดเตรียมข้าวของไว้สำหรับขายตอนกลางวัน ตกเย็นเมื่อขาย  ของเสร็จจึงจะเป็นเวลาของลุงสา ลุงสาจะเดินถือแคนคู่ชีพเดินตรงไปยังศาลา ริมคลองเล็กๆ ซึ่งที่นั่น! จะเป็นแหล่งชุมนุมของบรรดาลูกศิษย์ตัวน้อยๆ เรือยางพีวีซีสองที่นั่ง  หลาย คนซึ่งเป็นบุตรหลานของคนละแวกบ้านเดียวกันกับลุงสา เด็กๆ เมือเห็นลุงสา เดินถือแคนมาต่างก็ร้องตะโกนเรียกเอ้! เอ้! พวกเราลุงสามาโน่นแล้ว ไปหาลุงกันเถอะ” ยังไม่ทันจะสิน เสียงเรียก เด็กๆ ก็ต่างกรูกันเช้ามาล้อมหน้าล้อมหลังลุงสา เรียกชื่อลุงสากัน “ลุงสา ลุงสา วันนี้ลุงสาจะเล่านิทานให้ฟังอีกหรือเปล่าครับ” เด็กผู้ชาย ผมจุกตัวน้อยล่งเสียงถามลุงสาพลางเกาะแขนลุงสาแน่น แต่เด็กผู้ชายรูปร่าง จํ้ามาอีกคนหนึ่งพูดแย้งออกมาไม่เอาวันนี้ไม่ฟังนิทาน อยากให้ลุงสาเปาแคนให้ฟัง จริงมั๊ย พวกเรา” พูดจบหันไปขอเสียงสนับสนุนจากพรรคพวก“ใช่! วันนี้พวกเราจะฟังลุงสาเปาแคน” เด็กน้อยคนเดิมไม่ยอมถดถอยเช่นกัน เรือยางตกปลา “แต่พวกเราจะฟังนิทาน ใช่รJ\ยพวกเรา”พูด’จบก็,หัน’ไป,หาเสียงสนับสนุน และก็ได้รับเสียงสนับสนุนพอๆ กัน ลุงสาเห็นอากัปกิริยาของเด็กๆ เหล่านี้แล้ว อาการเมื่อยล้าจากการทำงานวันนี้หายเป็นปลิดทิ้งชายชราวัย70 ปีมองเหล่า เด็กๆ ซึ่งเปรียบเสมือนลูกหลานด้วยสายตาเอ็นดู ชีวิตในวัยชราไม,ได้ต้องการ อะไรมากมาย ขอให้ได้เห็นรอยยิ้มอันไร้เดียงสาของเด็กๆ เหล่านี้เท่านั้นก็พอ ลุงสาใช้มือลูบหัวของ 2 เด็กน้อยเบาๆ “ไอ้ดำ! ไอ้แดง! พอได้แล้ว เอ็งสองคน ไม่ต้องมาถกเถียงกัน วันนี้ทุกคนจะได้ฟังเพลงด้วย ฟังนิทานด้วย เพราะวันนี้

เรือยาง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s